ท่าเรือสำราญอยู่ไกลตัวเมืองไหม? วางแผนเดินทางจากท่าเรือเข้าเมือง

สรุปสั้น
ท่าเรือสำราญหลายแห่งไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง เพราะเรือใหญ่ต้องจอดที่ท่าน้ำลึก ซึ่งบางครั้งอยู่ในเขตท่าเรือสินค้าหรือเมืองใกล้เคียง บางท่าเดินเข้าเมืองได้ บางท่าต้องนั่งรถต่อนานพอสมควร ก่อนลงเรือควรเช็กระยะทาง วิธีเดินทาง และเวลาที่ต้องใช้ไปกลับ แล้วค่อยวางแผนเที่ยวให้พอดีกับเวลาที่เรือจอดค่ะ
เวลาเห็นโปรแกรมเรือเขียนว่า "แวะโรม" หรือ "แวะปารีส" หลายคนคิดว่าลงจากเรือแล้วจะเดินเที่ยวได้ทันที แต่ความจริงเรือจอดที่ท่าเรือของเมืองใกล้เคียง เช่น ทริปที่แวะโรมมักจอดที่ท่าเรือ Civitavecchia และทริปที่แวะปารีสมักจอดที่ Le Havre ซึ่งต้องเดินทางต่อเข้าเมืองหลักอีกพอสมควรค่ะ
ไม่ได้แปลว่าเที่ยวไม่ได้นะคะ แค่ต้องวางแผนให้ดีขึ้น บทความนี้จะชวนดูว่าท่าเรือแบบไหนอยู่ใกล้ แบบไหนอยู่ไกล มีวิธีเดินทางอะไรบ้าง และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับเวลาที่มีค่ะ
ท่าเรือสำราญมีแบบไหนบ้าง

สรุปจากโพสต์ Cruise Tips ของเพจอารมณ์ดีทัวร์ · ภาพ: Yanjipy / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
วิธีเดินทางจากท่าเรือเข้าเมือง
รถรับส่งของเรือ (Shuttle): บางสายเรือมีรถรับส่งจากท่าเรือเข้าตัวเมือง บางครั้งฟรี บางครั้งมีค่าใช้จ่าย ข้อดีคือจุดขึ้นลงชัดเจน และเวลารถเที่ยวสุดท้ายถูกกำหนดให้กลับทันเรือ
รถบัสหรือรถไฟท้องถิ่น: ประหยัดและได้บรรยากาศเหมือนคนท้องถิ่น แต่ควรเช็กตารางเที่ยวกลับล่วงหน้า และจำไว้ว่าวันหยุดบางประเทศรถสาธารณะวิ่งน้อยลง
แท็กซี่หรือรถเช่าพร้อมคนขับ: สะดวกสำหรับครอบครัวหรือผู้สูงอายุ ควรตกลงราคาและเวลารับกลับให้ชัดก่อนขึ้นรถ และเก็บเบอร์ติดต่อคนขับไว้ด้วย
ทัวร์ของเรือ (Shore Excursion): เหมาะกับท่าเรือที่อยู่ไกลเมืองมาก เพราะรวมการเดินทางไว้แล้ว และโดยทั่วไปถ้าทัวร์ของเรือกลับช้า เรือจะรอ ส่วนทัวร์ที่จองเองกับบริษัทข้างนอกไม่มีเงื่อนไขนี้ค่ะ
ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดสำหรับทุกท่าค่ะ ท่าที่ใกล้เมืองเดินเองก็สนุก ส่วนท่าที่ไกลมากหรือการเดินทางซับซ้อน ทัวร์ของเรือมักทำให้สบายใจกว่า ทีมงานช่วยดูให้ได้ว่าท่าไหนเหมาะกับแบบไหนค่ะ
เช็กอะไรบ้างก่อนลงเที่ยว
ก่อนถึงวันที่เรือแวะแต่ละท่า ลองหาข้อมูลไว้คร่าวๆ จะช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้นตอนอยู่บนเรือค่ะ
เคล็ดลับเที่ยวท่าเรือที่อยู่ไกลเมือง
1. อ่านประกาศของเรือเรื่องท่าที่จอด
เรืออาจเปลี่ยนท่าจอดหรืออาคารผู้โดยสารได้ สูจิบัตรรายวันจะบอกข้อมูลล่าสุด
2. เลือกจุดเที่ยวน้อยลงแต่เที่ยวให้เต็มที่
ถ้าเดินทางไปกลับใช้เวลานาน เลือกสักหนึ่งหรือสองที่ก็พอ ไม่ต้องอัดแน่นทั้งเมือง
3. ถ่ายรูปป้ายชื่อท่าเรือและจุดขึ้นรถ
ช่วยให้บอกคนขับแท็กซี่หรือถามทางขากลับได้ง่าย
4. พกเงินสดสกุลท้องถิ่นติดไว้บ้าง
รถบัสหรือรถไฟบางสายอาจไม่รับบัตร
5. วันที่ไม่อยากเหนื่อย อยู่บนเรือก็ได้
ช่วงที่คนลงฝั่ง สระว่ายน้ำและมุมพักผ่อนบนเรือมักว่าง เป็นอีกแบบของวันพักผ่อนค่ะ
💡 ก่อนจองทริป ลองถามทีมงานว่าท่าไหนอยู่ไกลเมือง จะได้ตัดสินใจล่วงหน้าว่าวันนั้นจะจองทัวร์ของเรือ เที่ยวเอง หรือพักบนเรือ ทริปจะลงตัวขึ้นมากค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องท่าเรือสำราญ
รู้ได้อย่างไรว่าเรือจอดท่าไหน
ดูได้จากเอกสารการจองหรือเว็บไซต์ของสายเรือ และสูจิบัตรรายวันบนเรือ บางเมืองมีหลายท่า ทีมงานช่วยเช็กให้ได้ค่ะ
เที่ยวเองหรือซื้อทัวร์ของเรือดีกว่ากัน
ถ้าท่าใกล้เมืองและเดินทางง่าย เที่ยวเองก็สนุกและยืดหยุ่น ถ้าท่าไกลหรือการเดินทางซับซ้อน ทัวร์ของเรือช่วยลดความเสี่ยงเรื่องกลับไม่ทันค่ะ
ขึ้นฝั่งด้วยเรือเล็ก Tender ต้องจองคิวไหม
แต่ละสายเรือจัดการต่างกัน บางเรือแจกบัตรคิวในช่วงเช้า ผู้ที่ซื้อทัวร์ของเรือมักได้ลงก่อน ควรอ่านประกาศของเรือในวันนั้นค่ะ
ผู้สูงอายุเที่ยวท่าเรือที่ไกลเมืองได้ไหม
ได้ค่ะ แต่ควรเลือกวิธีที่เดินน้อย เช่น ทัวร์ของเรือแบบเดินน้อย หรือรถเช่าพร้อมคนขับ และหลีกเลี่ยงการต่อรถหลายทอด
อ่านเคล็ดลับที่เกี่ยวข้อง
› ขึ้นฝั่งอย่างไรไม่ให้ตกเรือสำราญ? ข้อควรทำและข้อควรเลี่ยงก่อนลงเที่ยว
› เวลาบนเรือสำราญ กับเวลาท้องถิ่น ไม่ตรงกันได้ ต้องยึดเวลาไหน?
› ขึ้นฝั่งเรือสำราญ ต้องพกอะไร? เช็กลิสต์ของจำเป็นก่อนลงเรือทุกท่า
› เมาเรือสำราญ ป้องกันได้ไหม? วิธีลดอาการตั้งแต่จองห้องจนถึงบนเรือ
อยากรู้ว่าแต่ละท่าในทริปของคุณไกลเมืองแค่ไหน
ส่งเส้นทางเรือมาได้เลย ทีมช่วยดูว่าท่าไหนเดินเที่ยวเองได้ ท่าไหนควรจองทัวร์ค่ะ
ดูแพ็คเกจทัวร์เรือสำราญทั้งหมด ›
อ่านเคล็ดลับล่องเรือสำราญเรื่องอื่น ›
เขียนโดยทีมอารมณ์ดีทัวร์ · R Rom D Experience Co.,Ltd. ใบอนุญาตนำเที่ยว 11/11380
ภาพประกอบ: Yanjipy / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)


